|
ข้อแนะนำการใช้ยา Viagra ในผู้ป่วยที่เป็นหรือสงสัยว่าจะเป็นโรคหัวใจ |
|
ข้อแนะนำการใช้ยา Viagra ในผู้ป่วยที่เป็นหรือสงสัยว่าจะเป็นโรคหัวใจ เราสามารถแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 3 กลุ่มตามความเสี่ยง ผลข้างเคียงหรือความเสี่ยง ทางระบบหัวใจและหลอดเลือด คือ ความดันโลหิตต่ำ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตกระทันหัน
ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง และไม่ควรใช้ยา Viagra
- ผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ซึ่งจำเป็นต้องใช้ยากลุ่ม Nitrates เสมอๆ เช่น ยาอมใต้ลิ้นไนโตรกลีเซอรีนเป็นประจำ ตัวอย่างยากลุ่ม Nitrates เช่น Isordil, Apo-ISDN, Sorbitrate, Ismo, Elantan, Imdur, Isoket, Isotrate, Peritrate, Nitroderm, Nitrol Ointment, Nitroglycerine,Nitradisc, Angised เป็นต้น
- กล้ามเนื้อหัวใจไม่ปกติ เช่น มีอาการเจ็บหน้าอกจากหัวใจขาดเลือด หรือ เหนื่อยหอบจากหัวใจล้มเหลว โดยเฉพาะเมื่อความดันโลหิตค่อนข้างต่ำ ตัวอย่างของโรคกลุ่มนี้คือ Unstable angina, Acute MI, CHF
- ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ที่รับการรักษาด้วยยาลดความดันโลหิตหลายๆตัวในเวลาเดียวกัน
- ผู้ที่ได้รับยาบางชนิด เช่น Cimetidine, Erythromycin, Ketoconazole หรือผู้ป่วยโรคตับหรือไตวาย อาจจะทำให้ half life ของ Viagra นานกว่าปกติ
ผู้ป่วยและไม่ป่วยแต่อาจจะมีความเสี่ยงต่อการได้รับยา
- ผู้ที่มีอาการเจ็บหน้าอก หรือ หอบเหนื่อยง่าย แต่ไม่เคยได้รับการตรวจมาก่อน
- ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือด
- ผู้ที่มีอาการของความดันโลหิตต่ำเป็นครั้งคราว เช่น หน้ามืด เป็นลมบ่อยๆ
ผู้ที่ไม่มีความเสี่ยงต่อการใช้ยานี้ คือ ผู้ที่ไม่รวมอยู่ในข่ายข้างต้น
ข้อแนะนำในการดูแลผู้ป่วยที่เกิดภาวะหัวใจผิดปกติ ภายใน 24 ชั่วโมงหลังรับประทานยา Viagra
- ถ้ามีอาการเจ็บแน่นหน้าอก ควรรับไว้รักษาในรพ.รักษาแบบเดียวกับ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด แต่ห้ามให้ยากลุ่ม Nitrates ในการรักษาอาการเจ็บหน้าอก
- ถ้าผู้ป่วยมีความดันโลหิตต่ำมาก ควรได้รับการรักษาด้วย IV fluid และ อาจพิจารณาให้ยา กลุ่ม alpha-adrenergic agonist หากจำเป็น เพื่อกระตุ้นให้ความดันโลหิตสูงขึ้น แต่ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง
ดัดแปลงจากเอกสารของสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ต้นฉบับเรียบเรียงโดย นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานวิชาการ ดัดแปลงโดย นพ.ระพีพล กุญชร ณ อยุธยา อายุรแพทย์โรคหัวใจ |